น่าอยู่ วิวสวย อากาศดี โอโซนติดอันดับ
4 Jan
ทุ่งทานตะวัน ตั้งอยู่ที่บริเวณเขตติดต่อระหว่างจังหวัดลพบุรี และสระบุรี ตามเส้นทางสายพัฒนานิคม-วังม่วง มีการทำไร่ทานตะวันกันมาก ในช่วงฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ริมฝั่งถนนจะสะพรั่งไปด้วยสีเหลืองของดอกทานตะวัน เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้ผ่านมาบริเวณนี้เป็นอย่างมาก สอบถามรายละเอียดได้ที่ เกษตรอำเภอวังม่วง โทร. 0 3635 9021
ทานตะวันเป็นพืชตระกูลถั่ว ประเภทเดียวกับเบญจมาศ คำฝอย ดาวเรือง บัวตอง ซึ่งเป็นพืชล้มลุกชอบแสงแดดจัด ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี ต้องการน้ำน้อย และเป็นพืชอายุสั้น นิยมปลูกหลังฤดูฝนประมาณเดือนกันยายนเป็นต้นไป จึงเหมาะแก่การปลูกทดแทนข้าวนาปรังหรือพืชชนิดอื่นๆ ทานตะวันเป็นพืชเศรษฐกิจที่นอกจากจะได้ประโยชน์จากการเก็บเกี่ยวแล้ว ยังนำมาซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยว เพราะเมื่อดอกทานตะวันบานนับพันนับหมื่นไร่ กลายเป็นท้องทุ่งดอกไม้สีทองอร่ามที่งดงามกว้างไกลสุดสายตา สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวนับแสนคนจากทั่วประเทศให้เดินทางมาเที่ยวชมและถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก
เกษตรกรจะทำการเพาะปลูกหรือหว่านเมล็ดพันธุ์ตั้งแต่ประมาณเดือนกันยายนเป็นต้นไป ดอกทานตะวันจะบานและให้เมล็ดเมื่ออายุครบ 55-60 วัน และจะบานสวยงามเต็มที่ประมาณ 15 วัน หลังจากนั้นเกษตรกรจะปล่อยให้เมล็ดทานตะวันแห้งคาต้น แล้วจึงเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิต
เมล็ดทานตะวันสามารถให้น้ำมันที่มีคุณภาพในปริมาณสูงถึง 45% ต่อน้ำหนัก และยังมีคุณค่าอาหารอื่นๆ อีกมาก เช่น โปรตีน แป้ง เกลือแร่ โดยไม่มีคอเลสเตอรอล เพราะเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น กรดลิโนเลอิค กรดอาซิโนอิค สูงถึง 60-70 % ซึ่งจะช่วยให้ปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดไม่สูงเกินไป ทำให้ลดปัญหาโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์แก่ร่างกายอีกมาก เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ เค บี 2 อี และ ดี กากเมล็ดพืชที่เหลือจากการสกัดน้ำมัน สามารถนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ น้ำมันทานตะวันนอกจากจะใช้บริโภคในรูปของน้ำมันสลัดและปรุงอาหารแล้ว ยังนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเนยเทียม สบู่ สีน้ำมันขัดเงา ส่วนเมล็ดสามารถนำไปกะเทาะเปลือกและอบโรยเกลือเป็นอาหารขบเคี้ยวที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายได้อีกด้วย
ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทานตะวันมีอยู่หลายอย่าง อาทิ เมล็ดทานตะวันอบแห้ง คุ้กกี้ทานตะวัน ข้าวเกรียบ ข้าวตังทานตะวัน น้ำผึ้งดอกทานตะวัน เกสรผึ้ง นมผึ้ง เป็นต้น
4 Jan
อุโมงค์ต้นไม้ เป็นบริเวณทางโค้งที่ต้นไม้สองฝั่งถนนโน้มเข้าหากันทำให้ดูคล้ายอุโมงค์ และให้ความร่มรื่นสวยงามมีความยาวประมาณ 200 เมตร นักท่องเที่ยวมักจอดรถแวะถ่ายรูปเป็นประจำ การเดินทาง จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 2 แยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2089 อุโมงค์ต้นไม้จะอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 24-25 จะมีป้ายปักไว้ด้วยว่าอุโมงค์ต้นไม้
4 Jan
ถ้ำดาวเขาแก้ว
ถ้ำดาวเขาแก้ว ตั้งอยู่ที่ตำบลพญากลาง ห่างจากอำเภอมวกเหล็กประมาณ 38 กิโลเมตร หรือจากตัวอำเภอเมืองไปประมาณ 75 กิโลเมตร ไปทางเดียวกับน้ำตกเจ็ดสาวน้อยอยู่เลยไปอีกประมาณ 30 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางตลอด จากทางหลวงหมายเลข 2224 มีทางแยกซ้ายเข้าไปเป็นลูกรังประมาณ 5 กิโลเมตร ผู้ที่จะชมถ้ำต้องปีนบันไดจากเชิงเขาไปถึงปากถ้ำประมาณ 100 เมตร ลักษณะแปลกของถ้ำนี้ คือ มีจุดสีแดง สีดำ และสีน้ำตาลอยู่ที่เพดานถ้ำ มีหินงอก หินย้อย และมีฝูงค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ที่อ.มวกเหล็กยังมีไร่องุ่นที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ทั้งปี ชิมองุ่นสด ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่น เช่น ไวน์ น้ำองุ่น องุ่นหยี แยมองุ่น เป็นต้น หรือ จะร่วมกิจกรรมเก็บองุ่นก็ได้ ไร่ องุ่นที่เปิดสำหรับนักท่องเที่ยว ได้แก่ ไร่องุ่นกำนันเม้ง โทร. 0 3634 4693 หรือ ไร่องุ่นคุณมาลี โทร. 0 3622 7056 การเดินทาง ไร่องุ่นจะอยู่ตามเส้นทางสาย 2089 (มวกเหล็ก-วังม่วง)
4 Jan
น้ำตกมวกเหล็ก
สวนรุกขชาติมวกเหล็กและน้ำตกมวกเหล็ก อยู่ห่างจากสระบุรีประมาณ 37 กิโลเมตร ไปตามถนนมิตรภาพ ทางเข้าซ้ายมือตรงข้ามกับร้านขายผลิตภัณฑ์ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) สวนรุกขชาตินี้อยู่ในเนื้อที่ 375 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ระหว่างอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี กับอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีลำธารซึ่งมาจากต้นน้ำในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไหลผ่านลงสู่แม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นเส้นกั้นเขตระหว่างสองจังหวัดดังกล่าว ในลำธารมีแก่งหินลดหลั่น เป็นน้ำตกชั้นเล็ก ๆ บริเวณสองฟากของลำธารมีสะพานแขวน และพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับต่าง ๆ
น้ำตกเจ็ดสาวน้อย หรือ น้ำตกสาวน้อย
น้ำตกเจ็ดสาวน้อย หรือ น้ำตกสาวน้อย อยู่ในเขตตำบลมวกเหล็ก ทางเข้าทางเดียวกับน้ำตกมวกเหล็ก เป็นทางลาดยางต่อไปอีก 9 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ไหลลดหลั่นมาตามแนวลำธาร มีประมาณ 7 ชั้น แต่ละชั้นมีความสูงราว 4 เมตร แอ่งน้ำมีบริเวณที่เล่นน้ำกว้าง และร่มรื่น
ตามเส้นทางสายมวกเหล็ก (ทางหลวงหมายเลข 2224) จะเป็นลำธารเรียบไปตลอดเส้นทางและมีที่เอกชน และรีสอร์ทหลายแห่งตั้งเรียงรายอยู่ริมธารน้ำตก
18 Mar
18 Mar
อำเภอมวกเหล็ก
ประวัติความเป็นมา
เดิมอำเภอมวกเหล็กเป็นตำบลหนึ่งขึ้นอยู่กับอำเภอแก่งคอย ซึ่งเป็นอำเภอที่มีท้องที่กว้างขวางที่สุดในจังหวัดสระบุรี (1,534 ตารางกิโลเมตร) ตำบลหมู่บ้านของอำเภอแก่งคอยในขณะนั้นมีมากถึง 15 ตำบล 130 หมู่บ้าน การไปมาระหว่างหมู่บ้านไม่สะดวกเท่าที่ควร จังหวัดสระบุรีจึงได้เสนอขอแบ่งตำบลมวกเหล็ก ตำบลคำพราน และตำบลแสลงพัน ออกจากการปกครองของอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี จัดตั้งเป็นอำเภอเรียกว่า “อำเภอมวกเหล็ก” ซึ่งได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2511 เป็นการจัดตั้งอำเภอขึ้นใหม่ที่ไม่เคยเป็นกิ่งอำเภอมาก่อน ต่อมาจังหวัดสระบุรีได้ประกาศให้จัดตั้งที่ว่าการอำเภอมวกเหล็กชั่วคราว ณ บ้านเลขที่ 44/46 หมู่ที่ 1 ตำบลมวกเหล็ก เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2512 โดยนายสนั่น สนิทไชย กำนันตำบลมวกเหล็กขณะนั้นได้เอื้อเฟื้อให้ใช้อาคารไม้สองชั้นขนาดสามคูหาให้ เป็นที่ว่าการอำเภอมวกเหล็กชั่วคราว สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอในระยะแรกนั้น นายประพัทธ์ ประชุมธนสาร นายอำเภอแก่งคอย ได้รักษาการในตำแหน่งนายอำเภอมวกเหล็ก จนกระทั่ง นายกฤตทอง บัญญัติ ได้มาดำรงตำแหน่งนายอำเภอมวกเหล็ก เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2512 ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอคนแรกของอำเภอมวกเหล็ก
อ.มวกเหล็ก เดิมเป็นตำบลหนึ่งขึ้นอยู่กับ อ.แก่งคอย ซึ่งเป็นอำเภอที่มีพื้นที่กว้าง การเดินทางระหว่างตำบลต่างๆ ยากลำบากต่อมาจึงแบ่งการปกครองของ อำเภอ แก่งคอยออกโดยแยกเป็น ต.มวกเหล็ก ต.คำพราน และ ต.แสลงพัน ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2512 ซึ่ง อ.มวกเหล็กตั้งอยู่ทาง ทิศตะวันออกของ จ.สระบุรีมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง เชิงเขาใหญ่สลับกับทุ่งราบด้วยลักษณะ พื้นที่คล้ายกับตะวันตก ประชาชนส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพเลี้ยงโคนม นอกจากนี้ อ.มวกเหล็กยังอุดมสมบูรณ์ ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ จึงได้รับการยอมรับจาก แผนที่ โอโซนของนาซ่า ว่าเป็น ดินแดนที่มีโอโซนเป็นอันดับ 7 ของโลก ทำให้ นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก
เมื่อเรื่องการขอตั้งได้เสนอไปยังกระทรวงมหาดไทยแล้วระทรวงมหาดไทยก็มีความ เห็นชอบและ สั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการต่อไป จนถึงระดับ คณะรัฐมนตรี ซึ่งได้ให้ความเห็นชอบตาม ข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทย ให้ตั้งอำเภอมวกเหล็ก ขึ้น ในปีงบประมาณ 2512 และเมื่อ คณะรัฐมนตรีได้ ให้ความเห็นชอบ ในการจัดสรร งบประมาณแล้ว กระทรวงมหาดไทยได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกา ตั้งอำเภอมวกเหล็ก พ.ศ. …. ตามหนังสือกระทรวง มหาดไทย ที่ มท 0309/12049 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2511 ในที่สุดได้มีพระราชกฤษฎีกา ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2511 ให้ แยกตำบลมวกเหล็ก ตำบลแสลงพันละตำบลคำพรานอกจากการปกครองของอำเภอแก่งคอยจัดตั้งเป็นอำเภอขึ้น รียกว่าอำเภอมวกเหล็กโดยมีเขตการปกครองตามเขตเดิมของตำบล ดังกล่าวเมื่อระราชกฤษฎีกาได้ประกาศใช้แล้วจังหวัดสระบุรีได้ประกาศให้ ประชาชนไปใช้บริการ ของที่ว่าการ อำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอชั่วคราว เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2512 และสร้าง ที่ว่าการอำเภอเสร็จเมื่อ วันที่ 7 พฤษภาคม 2513 โดยมีนายกฤษทอง บัญญัติ เป็นนายอำเภอคนแรก
ขนาดและที่ตั้ง
อำเภอมวกเหล็กเป็นอำเภอหนึ่งใน 13 อำเภอ ของจังหวัดสระบุรี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่สุดเขตแดนของภาคกลาง เชื่อมติดกับอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่ทั้งอำเภอทางราชการได้ประกาศให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินเต็มพื้นที่ สถานที่ตั้งที่ว่าการอำเภอมวกเหล็กตั้งอยู่บริเวณถนนสุขาภิบาล บ้านมวกเหล็ก หมู่ที่ 3 ตำบลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี มีพื้นที่ 684 ตารางกิโลเมตร
ลักษณะภูมิประเทศ
เป็นที่ราบสูงเชิงเขาสลับ ซับซ้อนพื้นที่โดยทั่วไปมีลักษณะสูงต่ำมีลำห้วยไหลผ่านหลายสายที่สำคัญ ได้แก่ ลำห้วยมวกเหล็ก ลำห้วยทองหลาง ลำห้วยคลองไทร ลำห้วยสายชนวน ลำห้วยคอลงม่วง ลำห้วยลำพญากลาง และลำห้วยสวนมะเดื่อ รวมทั้งมีน้ำซับอยู่ทั่วไป
ที่ตั้งและอาณาเขต
อำเภอมวกเหล็กตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อ กับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้
การคมนาคม
การคมนาคมระหว่างอำเภอกับจังหวัดสระบุรีใช้ทางรถยนต์และทางรถไฟ ทางรถยนต์ใช้ถนนมิตรภาพ ระยะทาง 38 กิโลเมตร ระยะทางจากอำเภอถึงกรุงเทพมหานคร ประมาณ 142 กิโลเมตร การคมนาคมระหว่างอำเภอกับตำบล หมู่บ้านใช้ทางหลวงชนบทและทางหลวงท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันมีสภาพเป็นถนนลาดยางและมีความสะดวกในการสัญจรไปมาเป็นส่วนมาก
การปกครองส่วนภูมิภาค
อำเภอมวกเหล็กแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 6 ตำบล 80 หมู่บ้าน ได้แก่
| 1. | มวกเหล็ก | (Muak Lek) | 13 หมู่บ้าน | |||||
| 2. | มิตรภาพ | (Mittraphap) | 10 หมู่บ้าน | |||||
| 3. | หนองย่างเสือ | (Nong Yang Suea) | 14 หมู่บ้าน | |||||
| 4. | ลำสมพุง | (Lam Somphung) | 10 หมู่บ้าน | |||||
| 5. | ลำพญากลาง | (Lam Phaya Klang) | 18 หมู่บ้าน | |||||
| 6. | ซับสนุ่น | (Sap Sanun) | 15 หมู่บ้าน |
การปกครองส่วนท้องถิ่น
ท้องที่อำเภอมวกเหล็กประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 แห่ง ได้แก่
ลำดับความเป็นมาของที่ว่าการอำเภอมวกเหล็ก
| 27 ธันวาคม 2511 |
|
| 21 มากราคม 2512 |
|
| 20 เมษายน 2512 |
|
| 8 พฤษภาคม 2513 |
|
| 26 พฤษภาคม 2513 |
|
| 15 กันยายน 2543 |
|
| 2 เมษายน 2544 |
|
| 29 มีนาคม 2545 |
|
รายนามผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอมวกเหล็ก
| 1. นายกฤตทอง บัญญัติ | พ.ศ. 2512 ถึง พ.ศ. 2516 |
| 2. นายอนุ สงวนนาม | 1 มิถุนายน 2516 ถึง 28 ตุลาคม 2518 |
| 3. นายพิสุทธิ์ ฟังเสนาะ | 1 พฤศจิกายน 2518 ถึง ตุลาคม 2519 |
| 4. นายประภาส วาสกุล | ตุลาคม 2519 ถึง สิงหาคม 2521 |
| 5. นายไสว บุญพิทักษ์ | สิงหาคม 2521 ถึง พฤศจิกายน 2523 |
| 6. ร.ต.อนันต์ อิศรางกูร ณ อยุธยา | พฤศจิกายน 2523 ถึง ตุลาคม 2527 |
| 7. นายโกสินทร์ เกษทอง | ตุลาคม 2529 ถึง 16 ตุลาคม 2532 |
| 8. นายประดิษฐ์ แป้นแก้ว | ตุลาคม 2529 ถึง 16 ตุลาคม 2532 |
| 9. นายวีระ ชัยพิมลผลิน | 16 ตุลาคม 2532 ถึง 2 ธันวาคม 2533 |
| 10. นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ | 3 ธันวาคม 2533 ถึง 31 ตุลาคม 2536 |
| 11. นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร | 8 พฤศจิกายน 2536 ถึง 15 ธันวาคม 2539 |
| 12. นายวิบูลย์ เหลืองสอาด | 16 ธันวาคม 2539 ถึง 9 พฤศจิกายน 2540 |
| 13. นายวิชชาญ บุษปวนิช | 10 พฤศจิกายน 2540 ถึง 13 มิถุนายน 2542 |
| 14. นายครรชิต พงศ์สุชาติ | 14 มิถุนายน 2542 ถึง 21 พฤศจิกายน 2542 |
| 15. นายอภิชาติ เทียวพานิช | 22 พฤศจิกายน 2542 ถึง 19 พฤศจิกายน 2543 |
| 16. นายสกลสฤษฎ์ บุญประดิษฐ์ | 20 พฤศจิกายน 2543 ถึง ปัจจุบัน |
ไฉนใยชื่อ “มวกเหล็ก”
โดย…นายวัชรินทร์ รัตนบรรณกิจ
ปลัดอำเภออาวุโส
“มวกเหล็ก” เป็นชื่อของตำบลมาก่อนที่จะเป็นชื่อเรียกอำเภอและเป็นที่กังขาสงสัยของผู้ ได้ยินได้ฟังว่าทำไมถึงไม่ใช้ชื่อ “หมวกเหล็ก” เพราะดูจะมีความหมายได้ชัดเจนกว่าคำว่า “มวก” แล้วต่อด้วย “เหล็ก” แล้วเมื่อเป็น “มวก” ก็คิดคำถามขึ้นอีกว่า “มวก” คืออะไร มีความหมายว่าอย่างไร ต่อด้วย “เหล็ก” แล้วแปลว่าอะไร
ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2493 โดยพระยาอนุมานราชธน ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการที่ทำหน้าที่ชำระปทานุกรมและได้จัดพิมพ์เป็นครั้ง ที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2503 ได้ให้ความหมายคำว่า “มวก” ว่าเป็นเถาชนิดหนึ่งใช้ทำยา คำว่า “มวกผา” คือของอย่างหนึ่งเป็นยางคล้ายวุ้นอยู่ตามเขา และคำว่า “มวกเหล็ก” มีความหมายว่า ต้นไม้ชนิดหนึ่งใช้ทำยา
อย่างไรก็ตามคำว่า “มวกเหล็ก” ที่เป็นชื่ออำเภอนี้ก็ไม่ปรากฏว่าได้มีประวัติความเป็นมาที่ปรากฏเป็นหลัก ฐานเอกสารแต่อย่างใด ดังนั้นคำบอกเล่าจากผู้สูงอายุจึงน่าจะเป็นกุญแจไขปริศนาในเรื่องนี้ได้ ซึ่งผู้รู้ที่ได้ให้ความกระจ่างเล่าให้ฟังว่า แต่เดิมนั้นเรียกบริเวณที่เราอยู่ตรงนี้ว่า “หมวกเหล็ก” โดยเรียกจากลักษณะของภูเขาหินที่มีรูปร่างเหมือนหมวกแก๊ป และหมวกแก๊ปก็มีรูปร่างลักษณะเหมือนกระทะเหล็ก จึงเรียกว่า “หมวกเหล็ก” ซึ่งภูเขานี้ตั้งอยู่ที่เขาสีเสียดอ้า ใกล้วัดถ้ำสองที่น้องในตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาในปัจจุบัน และยังมีหลักฐานอีกสองประการที่ยืนยันว่าเมื่อก่อนนั้นเรียก “หมวกเหล็ก” คือ ป้ายชื่อสถานีรถไฟ ใช้คำว่า “หมวกเหล็ก” และป้ายที่ทำการกำนันเขียนว่า “ที่ทำการกำนันตำบลหมวกเหล็ก”
กาลเวลาผ่านไปไม่ทราบว่า “ห” หายไปไหน ผู้คนรวมทั้งราชการก็เรียก “มวกเหล็ก” มาจนถึงทุกวันนี้ และเมื่อซักไซ้ไล่เลียงท่านผู้รู้ก็เล่าเป็นข้อสันนิษฐานว่าเมื่อประมาณ พ.ศ. 2492 – 2493 มีชาวบ้านหักร้างถางพงเพื่อทำไร่ก็พบแท่งหินมีลักษณะเหมือนอวัยวะเพศหญิงมี น้ำไหลออกมา และคิดว่าน้ำที่ไหลออกมาเป็นน้ำสกปรกเหมือนหนึ่ง “น้ำมวก” จึงเรียกว่า “มวกเหล็ก” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งความหมายคำว่า “มวก” กรณีนี้ดูจะไม่ค่อยน่าดูชมนักแต่ก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน อย่างไรก็ตามก็ยังมีข้อสันนิษฐานอื่น ๆ อีกว่า อาจเป็นการเรียก “มวกเหล็ก” ตามชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่งชื่อ “พญามูลเหล็ก” หรือบ้างก็เรียกว่า “พญามวกเหล็ก” เป็นต้นไม้ยืนต้นคล้ายต้นมะม่วง มีใบเล็กเหมือนใบต้นแก้ว ส่วนที่แตกเป็นกิ่งก้านจะมีหนามอยู่ห่าง ๆ มีผลเหมือนลูกลำไยแต่เล็กกว่าประมาณเท่าตัว มีสีเหลืองเหมือนมะปราง มีรสขมมาก ใช้รับประทานเป็นยาแก้ไข้ป่า และกิ่งก้านก็สามารถหั่นนำไปต้มดื่มเป็นยาแก้ไข้ป่าและมีรสขมเช่นเดียวกัน ต้นพญามวกเหล็กนี้มักขึ้นอยู่ตามซอกหินทั่วไป แต่ปัจจุบันแทบไม่พบเห็น
อีกข้อสันนิษฐานหนึ่งก็ว่าสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นำทัพเดินทางมาจากนครราชสีมา ตั้งค่ายพักที่บริเวณวัดผ่านศึกปัจจุบัน มีการเล่าต่อ ๆ มาว่า ทหารของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชล้มตายด้วยไข้ป่าเป็นจำนวนมาก และได้ทิ้งอาวุธ ดาบเหล็กต่าง ๆ เกลือนอยู่ในลำธาร มีผู้พบเห็นจึงเรียกว่า “มวกเหล็ก” เพราะคำว่า “มวก” นั้น เป็นภาษาถิ่นมีความหมายว่าเป็นแอ่งน้ำหรือหนองน้ำอีกความหมายหนึ่ง
เท่านั้นยังไม่พอยังมีผู้รู้อีกท่านหนึ่ง ก็เล่าให้ฟังถึงอีกข้อสันนิษฐานหนึ่งว่า เดิมที่ชื่อว่า “หมวกเหล็ก” นั้น เพราะในอดีตโพ้นมีผู้คนไปพบหมวกเหล็กที่เป็นหมวกทหารพร้อมดาบปลายปืนที่เป็น เหล็กที่เชิงเขากลางป่า ได้ตั้งหมู่บ้านขึ้นแล้วเรียก “บ้านหมวกเหล็ก” ต่อมาในสมัยราชกาลที่ 5 ได้ทรงให้สร้างทางรถไฟผ่าน จึงมีผู้คนย้ายถิ่นเข้ามาอยู่บริเวณหน้าสถานีรถไฟและริมห้วย จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านหมวกเหล็กนอก” อันเป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอในปัจจุบัน และก็มีหลักฐานยืนยันสนับสนุนอีกว่ามวกเหล็กเดิมชื่อว่าหมวกเหล็กนั้น คือ ป้ายสถานีรถไฟ ซึ่งเป็นป้ายไม้อักษรแกะสลักนูนติดพื้นไม้ เขียนว่า “หมวกเหล็ก” ต่อมาอักษร “ห” ที่ป้ายไม้ชำรุดและหลุดหายและไม่ได้รับการซ่อมแซมดังเดิม ป้ายจึงเหลือคำว่า “มวกเหล็ก” และได้เรียกติดปากมาจนถึงปัจจุบัน
ไหน ๆ ก็ไหน ๆ จึงได้ซักไซ้ท่านผู้รู้อีกว่า แล้ว “บ้านมวกเหล็กใน” ล่ะเป็นมาอย่างไร ผ่านผู้รู้ก็บอกว่าในสมัยที่มวกเหล็กยังเป็นป่าเขาอยู่นั้น ยังมีโจรผู้ร้ายชุกชุม เมื่อทางการปราบปราม หรือเมื่อก่อคดีแล้ว โจรผู้ร้ายหรือไอ้เสือทั้งหลายก็มักจะหลบภัยไปเก็บตัวซ่อนตัวในป่า เป็นบริเวณหุบเขาติดเขาใหญ่ในปัจจุบัน คือ “บ้านมวกเหล็กใน” ตำบลมิตรภาพ คำว่า “ใน” จึงสันนิษฐานว่ามีความหมายถึง “ในป่า” นั่นเอง
ทั้งหมดที่ได้เขียนมานี้เป็นข้อสันนิษฐานเป็นความทรงจำของท่านผู้รู้สองท่าน ที่ได้ถ่ายทอดให้ความรู้ คือ นายพิศ น้อยสวัสดิ์ อดีตท่านเป็นผู้ใหญ่บ้าน “หมวกเหล็ก” เมื่อประมาณ พ.ศ. 2482 ปัจจุบันอายุ 88 ปี อีกท่านหนึ่ง คือ นายสุวรรณ ว่องไพกุล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสภาเทศบาลตำบลมวกเหล็ก อายุ 63 ปี ผู้เขียนต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้ อีกสองท่านที่จะลืมขอบคุณไม่ได้คือ นายสุวัฒน์ สนิทไชย กำนันตำบลมวกเหล็ก และนายสมชาย น้อยสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้านมวกเหล็ก ที่ได้ช่วยประสานงานติดต่อกับท่านผู้รู้ทั้งสองจนได้ข้อมูลมาเขียนในครั้ง นี้
ศักยภาพและของดีมวกเหล็ก
การเลี้ยงโคนม : อาชีพพระราชทาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถได้เสด็จฯ ประพาสทวีปยุโรป เมื่อ พ.ศ. 2503 ณ ประเทศเดนมาร์ค ซึ่งทรงสนพระราชหฤทัยในกิจการฟาร์มโคนมของชาวเดนมาร์คเป็นอย่างมาก ด้วยทรงเล็งเห็นว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมจะช่วยให้ชาวไทยได้บริโภคอาหารที่มี คุณค่า ทั้งยังช่วยให้เกษตรกรไทยได้มีอาชีพที่เป็นหลักแหล่งโดยไม่ต้องบุกรุกถางป่า ทำไร่เลื่อนลอยอีกต่อไป หลังจากเสด็จฯนิวัติประเทศไทยรัฐบาลเดนมาร์คละสมาคมเกษตรกรเดนมาร์คได้ร่วม กันน้อมเกล้าฯ ถวายโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมเป็นของขวัญแด่ล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ จึงได้มีการตกลงทำสัญญาให้ความช่วยเหลือทางวิชาการและเศรษฐกิจระหว่างรัฐบาล ไทยกับรัฐบาลเดนมาร์คดำเนินการจัดตั้งฟาร์มโคนมชื่อว่า “ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค” และศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมชื่อว่า “ศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย-เดนมาร์ค” ที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเจ้าเฟรเดอริคที่ 9 แห่งประเทศเดนมาร์ค ได้เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดฟาร์มโคนม ละศูนย์อบรมการเลี้ยงโคนมไทย-เดนมาร์ค อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2505 ถือได้ว่าเป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งและเป็นการเริ่มประวัติศาสตร์การเลี้ยง โคนมในเมืองไทย นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ปัจจุบันในท้องที่อำเภอมวกเหล็กมีโคนมทั้งสิ้น จำนวน 37,925 ตัว ผลิตน้ำนมดิบได้วันละประมาณ 300 ตัน เดือนละประมาณ 9,000 ตัน
แหล่งท่องเที่ยวภูมิประเทศภูเขา อากาศดี และมีรีสอร์ทที่พักสวยที่ใกล้กรุงเทพฯ
ด้วยระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ ถึงอำเภอมวกเหล็ก ทำให้มีผู้นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนโดยเฉพาะในฤดูหนาว ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถสัมผัสบรรยากาศทะเลภูเขากับความหนาวเหน็บในฤดู หนาวแบบภาคเหนือได้โดยไม่ต้องลงทุนเดินทางไปไกลๆ ถึงภาคเหนือ
น้ำตกมวกเหล็ก(สวนรุกขชาติมวกเหล็ก)อยู่มนเนื้อที่ 375 ไร่ มีลำธารซึ่งมาจากต้นน้ำในป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไหลผ่านลงสู่แม่น้ำป่าสัก มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีสวนดอกไม้ประดับนานาชาติ ตั้งอยู่ ตำบลมิตรภาพ ห่างจากทางแยกเข้าอำเภอประมาณ 1 กิโลเมตร การเดินทางสะดวก น้ำตกมวกเหล็กสายนี้เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างอำเภอมวกเหล็ก จังสระบุรี กับอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
น้ำตกอยู่ที่เขาใหญ่มีน้ำตกเป็นเกาะอยู่ 7 ชั้นไหลลงมาเป็นชั้นๆ ดูสวยงามตามธรรมชาติมีน้ำไหลตลอดทั้งปี และมีพันธุ์ไม้ต่างๆ หลายชนิด เป็นที่พักผ่อนของนักท่องเที่ยวที่งดงามอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ ตำบลมวกเหล็ก ห่างจากที่ว่าการอำเภอมวกเหล็ก 13 กิโลเมตร
ถ้ำดาวเขาแก้ว เป็นถ้ำที่มีความลึกมาก ประมาณ 500 เมตร กว้าง 15 เมตร นับเป็นถ้ำที่กว่างใหญ่มาก ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม ที่สำคัญมีจุดสีแดง สีดำคล้ายสนิมเหล็ก เกาะติดบนเพดาน ฝาผนังกระจายทั่วไปมีประกายสวยงามและมีฝูงค้างคาวพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงเรียกถ้ำนี้ว่า “ถ้ำดาวเขาแก้ว” ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 ตำบลลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก อยู่ห่างจากอำเภอ ประมาณ 40 กิโลเมตร
สถานที่พักผ่อนและนันทนาการ
อำเภอมวกเหล็กมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง และเป็นเส้นทางหลักเพื่อเดินทางสู่ภาคอีสาน รวมทั้งเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จึงทำให้มีสถานประกอบการประเภทรีสอร์ทและที่พักต่างๆ จำนวนมาก ได้แก่
| เซอร์เจมส์ลอร์จ (สนามกอล์ฟฟอเรสฮิลล์) | สายป่านรีสอร์ท |
| เทพประทานปาร์ควิว | ภูธารรีสอร์ท |
| แลนค์สเคปมวกเหล็กรีสอร์ท | มวกเหล็กพาราไดส์ |
| มวกเหล็กวาลเล่ย์แอนค์คันทรีคลับ | มวกเหล็กฟอเรส |
| ไร่องุ่นวิทย์ | ไร่พนาฮิลล์ |
| ไร่กุสุมา | พาร์คฮิลล์ |
| โอแวง (สเต็ก) | กรีนวิลล์ |
เมืองแห่งค่ายลูกเสือ
ในท้องที่อำเภอมวกเหล็กมีค่ายลูกเสือใหญ่ๆ คือค่ายลูกเสือเพชรรัชต์ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ค่ายลูกเสือเทพประทาน ค่ายลูกเสือชัยปิติ และค่ายลูกเสือวัดปากคลอง ซึ่งมีพื้นที่รวมกันประมาณ 900 ไร่ นอกจากนั้นยังมีค่ายลูกเสือที่อยู่ในเขตท้องที่อำเภอปากช่องแต่ความรู้สึก เหมือนอยู่อำเภอมวกเหล็ก เนื่องจากการติดต่อเดินทางต้องเข้าพื้นที่อำเภอมวกเหล็กจะสะดวกที่สุด คือ ค่ายลูกเสือฉิมกุล ค่ายลูกเสือหัตถวุธ ค่ายลูกเสือนวภพ และค่ายลูกเสือพุทธรักษา ถ้ารวมกันทุกแห่งแล้วจะมีพื้นที่ค่ายลูกเสือถึงประมาณกว่า 1,000 ไร่ สามารถรองรับลูกเสือ เนตรนารี ได้พร้อมกันประมาณกว่า 5,000 คน และประมาณได้ว่าในแต่ละปีมีลูกเสือและเนตรนารีมาพักแรมจัดกิจกรรมประมาณกว่า 100,000 คน
สนามกอล์ฟสวย
สนามกอล์ฟฟอเรสฮิล เป็นสนามกอล์ฟกลางหุบเขาทีทีความสวยงามติดอันดับต้นๆ ของประเทศด้วยบรรยากาศกลางหุบเขาที่มีทิวเขาสลับซับซ้อนและบ้านพักบนเนินเขา เรียงรายสวยงามยิ่ง
กะหรี่ปั๊บเป็นของฝากเลื่องชื่อ
คำว่าเนื้อนุ่ม นมดี กะหรี่ปั๊บดังเป็นที่รู้จักและจำได้ขึ้นใจของคนทั่วๆไป กะหรี่ปั๊บดูเหมือนจะมีชื่อเสียงเป็นของฝากที่นักเดินทางนิยมซื้อไปฝากญาติ มิตรและเพื่อนพ้อง ก่อนเลือกซื้อของฝากอื่นๆ ที่มีอยู่มากมาย ทั้ง เนื้อหวาน-เค็ม หมูหวาน-เค็ม นมกล่อง ฯลฯ
ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของฝากและผลไม้อำเภอมวกเหล็ก
หน้าตลาดสหกรณ์ร้านค้าองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (เส้นทางขาขึ้น) และบริเวณสถานีรถโดยสาร (ป. 2)ริมถนนมิตรภาพ เป็นที่จำหน่ายผลไม้นานาชนิด จำหน่ายผลิตภัณฑ์นม และอาหารที่ขึ้นชื่อของอำเภอมวกเหล็ก คือ เนื้อนุ่ม นมดี กะหรี่ปั๊บดัง
ประตูสู่อีสานและเป็นเส้นทางท่องเที่ยว
ด้วยสถานะประตูสู่อีสานของจังหวัดสระบุรี โดยเฉพาะอำเภอมวกเหล็กจะมีถนนมิตรภาพเป็นเส้นทางคมนาคมหลักผ่านอำเภอปากช่อง เป็นหน้าด่านสู่แดนอีสานทั้ง 19 จังหวัด ประกอบกับอำเภอมวกเหล็กเป็นเส้นทางผ่านสู่เขื่อนป่าสักชลสิทธ์ อำเภอมวกเหล็กจึงเป็นจุดแวะพักรับประทานอาหาร พักรถ และหาซื้อของฝากต่างๆ และที่สำคัญเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมน้ำตก ไร่องุ่น หรือพักค้างกับโรงแรมและรีสอร์ทที่พักที่แวดล้อมด้วยภูเขา หรืออิงแอบน้ำตกไหลริน และพลาดไม่ได้กับการลองลิ้มชิมรสสเต็กที่มีร้านสเต็กอยู่หลายแห่ง ซึ่งหลายท่านคิดว่ามาถึงมวกเหล็กแล้วถ้าไม่ได้รับประทานสเต็กก็เหมือนไม่ได้ มามวกเหล็ก
ไร่องุ่นพันธุ์ดีมีอวดชม
ปัจจุบันเกษตรกรเริ่มให้ความสำคัญในการปลูกองุ่นจำนวนหลายรายซึ่งจำหน่าย ทั้งองุ่นตัดสดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่น ซึ่งมีไร่องุ่นที่สำคัญดังนี้
ไร่องุ่นพรทิพย์การ์เดน อยู่ริมถนนสายลำพญากลาง-ลำสมพุง
ไร่องุ่นกำนันเม้ง อยู่ริมถนนสายมวกเหล็ก-น้ำตกเจ็ดสาวน้อย
ไร่องุ่นภูอมร อยู่ริมถนนสายมิตรภาพ-บ้านอมรศรี
ไร่องุ่นมาลี อยู่ริมถนนสายมวกเหล็ก-วังม่วง
ไร่องุ่นคุณเรณู อยู่ริมถนนสายมิตรภาพ ข้างสหกรณ์โคนมมวกเหล็ก
ไร่องุ่นภูน้ำฟ้า อยู่ริมถนนสายปากช่อง-ลำสมพุง
ทุ่งทานตะวันสวยที่สุดของประเทศ
ด้วยนโยบายของนายนรินทร์ พานิจกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ที่ได้จัดให้มีเทศกาลดอกทานตะวันบานสะพรั่งทั่วจังหวัดสระบุรี ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและส่ง เสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกร โดยอำเภอมวกเหล็กได้สนองนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรได้ปลูกทานตะวัน ทำให้เกิดทุ่งทานตะวันที่สวยที่สุดที่บ้านวังยางและบ้านซับเหว ซึ่งแม้จะมีระยะทางที่ไกลไปบ้างแต่นักท่องเที่ยวก็ไปเที่ยวชมจำนวนมาก
อนาคตเมืองกีฬา
การกีฬาแห่งประเทศไทยได้เลือกเอาพื้นที่บริเวณไร่ไสว-ประภาสเดิม ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุจำนวน 600 ไร่ ในเขตตำบลมิตรภาพ เพื่อก่อสร้างให้เป็นศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ ท่ามกลางภูมิประเทศที่สวยงาม อนาคตจะเป็นศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติที่ทันสมัยและกว้างใหญ่รองรับและส่งเสริม ให้การกีฬาก้าวหน้าพัฒนาต่อไป
วัฒนธรรมการแต่งกายคาวบอยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น
ประชากรส่วนใหญ่ของอำเภอมวกเหล็กประกอบอาชีพทำฟาร์มโคนมและประกอบกับ ภูมิประเทศที่เป็นทุ่งหญ้าและภูเขาประชาชนจะนิยมแต่งกายด้วยสไตล์คาวบอยใน การประกอบภารกิจในฟาร์ม ซึ่งในงานวันโคนมแห่งชาติประมาณกลางเดือนมกราคมของทุกปี จะมีงาน “ คาวบอยไนท์” ที่ผู้ร่วมงานจะแต่งกายด้วยชุดคาวบอยหลากหลายสไตล์เป็นที่ตื่นตาตื่นใจสวย งามยิ่งและนอกจากนี้อำเภอมวกเหล็กยังได้เชิญชวนข้าราชการพนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ และภาคเอกชน ให้แต่งกายสไตล์คาวบอยในทุกวันพุธ จนปัจจุบันการแต่งกายสไตล์คาวบอย ได้เป็นวัฒนธรรมการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของชาวอำเภอมวกเหล็กไป แล้ว
ความอุดมสมบูรณ์ด้านการเกษตรและปศุสัตว์
การประกอบอาชีพ
อำเภอมวกเหล็กเป็นอำเภอที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงเชิงเขา มีภูเขาสลับซับซ้อนลักษณะพื้นที่ทั่วไปมีลักษณะสูงต่ำ มีลำห้วยต่างๆ มีลำห้วยต่างๆ ไหลผ่านตามหมู่บ้านหลายสาย ได้แก่ ลำห้วยมวกเหล็ก ลำห้วยทองหลาง ลำห้วยคลองไทร ลำห้วยสายชนวน ลำห้วยคลองม่วง ลำห้วยลำพญากลาง ลำห้วยสวนมะเดื่อ และน้ำซับที่มีอยู่ทั่วไป ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ ได้แก่
1.ทำการเกษตร
1.1 การทำไร่ข้าวงโพดข้าวโพดเป็นพืชไร่ที่ปลูกมากที่สุดของอำเภอมวกเหล็กคือ จำนวน 75,295 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 720 กิโลกรัม/ไร่ มีการผลิตทุกตำบล ในบางปีเกษตรกรจะทำการผลิต 2 รุ่น คือ ต้นฝน และปลายหนาว
1.2 การทำไร่อ้อย อำเภอมวกเหล็กมีพื้นที่ปลูกอ้อยประมาณ17,277 ไร่ เป็นจำนวนผลิตรองลงมาจากข้าวโพด ผลผลิตเฉลี่ย 8,000 กิโลกรัม/ไร่ ปลูกในพื้นที่ 5 ตำบล
1.3 การทำไร่องุ่นปัจจุบันเกษตรกรเริ่มให้ความสำคัญในการปลูกองุ่นจำนวนหลายราย ซึ่งจำหน่ายองุ่นตัดสดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่น
1.4 การทำไร่ทานตะวัน จะเริ่มปลูกหลังจากเก็บผลผลิตข้าวโพด โดยจะเริ่มปลูกในเดือน กันยายน-ตุลาคม เริ่มออกดอกเดือนพฤศจิกายน-มกราคม ซึ่งเป็นฤดูการท่องเที่ยวทุ่งทานตะวันของอำเภอ ผลผลิตทานตะวันเฉลี่ย 150-200 กิโลกรัม/ไร่
2.การปศุสัตว์
2.1 การเลี้ยงโคนม เกษตรกรส่วนใหญ่ของอำเภอมวกเหล็กประกอบอาชีพในการเลี้ยงโคนม เนื่องจากประเทศไทยยังผลิตน้ำนมดิบได้ไม่เพียงพอกับกับความต้องการของผู้ บริโภค ดังนั้น อำเภอมวกเหล็ก จึงได้รณรงค์และส่งเสริมให้ราษฎรในท้องที่ได้ทำการเลี้ยงโคนมเพิ่มขึ้น ซึ่งหน่วยงานสำคัญที่ดูแลด้านกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการ คือองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทยและสหกรณ์โคนมต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ได้แก่
สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด
สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (หนองย่างเสือ) จำกัด
สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (มิตรภาพ) จำกัด
สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (ซับกระดาน) จำกัด
สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (ลำพญากลาง) จำกัด
สหกรณ์โคนมในเขตปฏิรูปที่ดินลำพญากลาง จำกัด
การศึกษา
ทางด้านการศึกษา อำเภอมวกเหล็กนับว่าเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีความเจริญทางด้านการจัดการศึกษา นอกจากจะมีโรงเรียนประถมศึกษาจำนวน 31 แห่ง แยกเป็นสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ 28 แห่ง และสำนักงานการศึกษาเอกชน 3 แห่ง และมัธยมศึกษา จำนวน 2 แห่ง ตั้งอยู่ครอบคลุมพื้นที่แล้ว ยังมีสถานศึกษาอื่นๆ อีก ดังนี้
1. วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก เปิดสอนระดับ ปวช.-ปวส. รองรับนักเรียนในอำเภอมวกเหล็กและพื้นที่ใกล้เคียง ปัจจุบันมีนักเรียนนักศึกษาจำนวน 420 คน
2. วิทยาลัยมิชชัน เป็นสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรี มีทั้งหลักสูตรภาษาไทย และหลักสูตรนานาชาติ
3. โรงเรียนนานาชาติแอ๊ดแวนติส มิชชัน ตั้งอยู่ในวิทยาลัยมิชชัน ได้รับการอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการให้เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลและเกรด 1 ถึง เกรด 12
การกีฬา
อำเภอมวกเหล็กได้จัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬามวกเหล็กร่วมใจต้านภัยยาเสพติด เป็นประจำทุกปี โดยเริ่มแข่งในครั้งแรกเมื่อปี 2543 วัตถุประสงค์ก็เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ไม่ไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมพลานามัยให้แก่ประชาชน การแข่งขันประกอบด้วย ฟุตบอลชายและหญิง แบ่งประเภทเป็นกลุ่มบริหาร กลุ่มสตรีและแม่บ้าน และกลุ่มประชาชน ซึ่งทุกตำบลจะคัดเลือกส่งทีมเข้าแข่งขันประเภทละ 1 ทีม การแข่งขันเป็นระบบเหย้าเยือน หมุนเวียนกันไป พิธีเปิด-ปิดและนัดชิงชนะเลิศใช้สนามกีฬาของวิทยาลัยมิชชันเป็นสนามกลางใน กลางแข่งขัน
ศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น
ศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นของอำเภอมวกเหล็กจะคล้ายคลึงกับอำเภอและจังหวัด อื่นๆ ซึ่งเป็นประเพณีที่เกี่ยวกับพุธศาสนาที่ยึดถือและปฏิบัติสืบต่อกันมา เช่น ประเพณีแห่เทียนพรรษา ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีลอยกระทง เป็นต้น
วัฒนธรรมที่เด่นหรือพิเศษไปกว่าอำเภอหรือจังหวัดอื่นของอำเภอมวกเหล็ก คือวัฒนธรรมการแต่งกายชุดคาวบอย ซึ่งจะพบเห็นในทั่วไปในงานกิจกรรมต่างๆ ของภาครัฐและเอกชน และในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น ในงานวันโคนมแห่งชาติของอำเภอมวกเหล็ก โดยองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จะจัดงาน “วันคาวบอยไนท์” ประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้ผู้มาร่วมงานแต่งกายด้วยชุดคาวบอย ในส่วนของภาคราชการในทุกวันพุธและวันที่มีกิจกรรมเสวนายามเช้าจะเชิญชวนให้ แต่งกายด้วยชุดคาวบอย